9 Soi Ramindra 19 Yeak 1, Anusawaree, Bangkhen Bangkok 10220 Thailand

Mon – Fri: 8 AM – 5 PM / Sat – Sun: Closed

Atlanta Medicare Company Limited

Health & Ariticles

ปวดข้อมือไม่ใช่เรื่องเล็ก รู้ทันสาเหตุก่อนกระทบการใช้ชีวิต

อาการปวดข้อมืออาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพิมพ์งานบนคอมพิวเตอร์ การไถหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่การทำงานบ้านและยกของหนัก ภาวะ “ปวดข้อมือ” ได้กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพยอดฮิตที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย อาการปวดข้อมือไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรู้สึกรำคาญ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางระบบกระดูก เส้นเอ็น ไปจนถึงกระดูกแตกหรือความผิดปกติของเส้นประสาท หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

7 สาเหตุยอดฮิตของอาการปวดข้อมือ

1. ใช้งานมือและข้อมือซ้ำ ๆ

การพิมพ์คอมพิวเตอร์ ใช้เมาส์ ถือโทรศัพท์ ทำงานช่าง เล่นกีฬา ยกของ หรือทำกิจกรรมที่ต้องงอและเหยียดข้อมือซ้ำ ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อมือรับภาระมากเกินไป

2. ข้อมือแพลงหรือเอ็นยึดข้อบาดเจ็บ

ข้อมือแพลงมักเกิดจากการล้มแล้วใช้มือยันพื้น ข้อมือบิดอย่างรวดเร็ว หรือได้รับแรงกระแทกระหว่างเล่นกีฬา ทำให้เอ็นยึดข้อถูกยืดหรือฉีกขาด

3. เส้นเอ็นข้อมืออักเสบ

เส้นเอ็นอักเสบอาจเกิดจากการใช้งานมากเกินไป ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือการเคลื่อนไหวซ้ำเป็นเวลานาน ตัวอย่างที่พบบ่อยคือเอ็นบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มืออักเสบ โดยอาจปวดมากขึ้นเมื่อกำมือ หยิบของ บางรายมีอาการบวมและขยับนิ้วหัวแม่มือได้ไม่สะดวก

4. พังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

ภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ หรือ Carpal Tunnel Syndrome เกิดจากเส้นประสาทมีเดียนถูกกดทับภายในช่องข้อมือ อาการที่พบได้บ่อยคือชา เสียวซ่า หรือปวดบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนาง การใช้อุปกรณ์พยุงที่ช่วยรักษาข้อมือให้อยู่ในแนวเป็นกลาง โดยเฉพาะช่วงนอนหลับ อาจช่วยลดท่างอข้อมือที่เพิ่มแรงกดต่อเส้นประสาทได้

5. ข้อมืออักเสบหรือเสื่อม

โรคข้อเสื่อม โรครูมาตอยด์ และโรคข้ออักเสบชนิดอื่นอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม ร้อน และข้อติดแข็ง ผู้ป่วยบางรายรู้สึกข้อมือฝืดในตอนเช้า หรือปวดมากขึ้นหลังใช้งานเป็นเวลานาน

6. กระดูกข้อมือแตกหรือร้าว

กระดูกข้อมือแตกมักเกิดจากการล้ม ใช้มือยันพื้น อุบัติเหตุจากรถ หรือแรงกระแทกโดยตรง อาการอาจประกอบด้วยปวดทันที บวม ช้ำ ขยับลำบาก ข้อมือผิดรูป หรือมีอาการชา

7. ข้อมือตกหรือเส้นประสาทเรเดียลทำงานผิดปกติ

ข้อมือตก คือภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถกระดกข้อมือหรือนิ้วขึ้นได้ตามปกติ มักสัมพันธ์กับการบาดเจ็บหรือการกดทับเส้นประสาทเรเดียล อาจเกิดหลังอุบัติเหตุ กระดูกต้นแขนแตก หรือการกดทับแขนเป็นเวลานาน

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณควรไปพบแพทย์โดยด่วน

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณควรไปพบแพทย์โดยด่วน

แม้บางครั้งอาการปวดข้อมือจะหายได้เองด้วยการพักผ่อน แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ

  • ปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือปวดจนสะดุ้งตื่นกลางดึก
  • มีอาการบวม แดง ร้อนบริเวณข้อมืออย่างเห็นได้ชัด และมีไข้ร่วมด้วย
  • ไม่สามารถขยับข้อมือ กำมือ หรือถือสิ่งของได้
  • รูปร่างของข้อมือบิดเบี้ยวผิดรูป หรือมีสีผิดปกติ (อาจเกิดจากกระดูกหัก)
  • มีอาการชา สูญเสียความรู้สึก หรือมืออ่อนแรงทันที จนไม่สามารถหยิบจับสิ่งของได้
  • นิ้วมือซีด เขียว เย็น หรือมีอาการเหมือนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก
  • ปวดเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 1-2 สัปดาห์ และไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นแม้จะพักการใช้งานแล้ว
ปวดข้อมือเบื้องต้นดูแลอย่างไร

ปวดข้อมือเบื้องต้นดูแลอย่างไร?

หากเป็นอาการปวดเล็กน้อยที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง สามารถเริ่มดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. พักกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
    ลดการยกของหนัก การกำแน่น การบิดข้อมือ และการทำงานซ้ำ ๆ หากจำเป็นต้องทำงาน ควรสลับกิจกรรมและพักมือเป็นระยะ
  2. ประคบเย็นหลังการบาดเจ็บ
    ใช้ถุงเย็นห่อด้วยผ้าประคบบริเวณที่ปวดประมาณ 15–20 นาที และไม่ควรวางน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง ในช่วง 2–3 วันแรกหลังบาดเจ็บควรหลีกเลี่ยงความร้อน เพราะอาจทำให้อาการบวมเพิ่มขึ้น
  3. ยกมือให้สูงเมื่อตัวข้อมือบวม
    การวางมือและข้อมือให้สูงกว่าระดับหัวใจอาจช่วยลดอาการบวมได้ และควรถอดแหวน นาฬิกา หรือเครื่องประดับออกก่อนที่มือจะบวมมากขึ้น
  4. ขยับนิ้วและข้อมืออย่างเหมาะสม
    หากแพทย์ไม่ได้สั่งให้ตรึงข้อมือ ควรขยับนิ้วมือเบา ๆ เพื่อป้องกันข้อติดแข็ง ส่วนการบริหารข้อมือควรทำเมื่ออาการปวดและบวมลดลง และไม่ควรฝืนจนปวดมากขึ้น
  5. ใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือเมื่อเหมาะสม
    อุปกรณ์พยุงช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวบางทิศทาง ลดการใช้งานที่มากเกินไป และช่วยรักษาข้อมือให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
อุปกรณ์พยุงข้อมือช่วยอะไร

อุปกรณ์พยุงข้อมือช่วยอะไร?

หลายคนอาจมองข้ามการใช้ อุปกรณ์พยุงข้อมือ (Wrist Splint หรือ Wrist Brace) แต่ในทางการแพทย์ นี่คือหนึ่งในเครื่องมืออนุรักษ์นิยม (Conservative Treatment) ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประคองและจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อมือ อุปกรณ์บางรุ่นมีแกนแข็งเพื่อช่วยรักษาแนวข้อมือ

ประโยชน์ของอุปกรณ์พยุงข้อมือ

ประโยชน์ของอุปกรณ์พยุงข้อมือ

  • ช่วยประคองข้อมือให้อยู่ในแนวที่เหมาะสม
  • ลดอาการปวดและอักเสบ
  • จำกัดการเคลื่อนไหวที่อาจกระตุ้นอาการปวด
  • ลดการงอหรือเหยียดข้อมือโดยไม่ตั้งใจ
  • ช่วยพักข้อมือระหว่างทำกิจกรรมหรือขณะนอนหลับ
  • ช่วยจัดตำแหน่งมือในผู้ที่มีภาวะข้อมือตกบางกรณี
  • ช่วยเพิ่มความมั่นคงในช่วงพักฟื้นตามคำแนะนำของแพทย์

อุปกรณ์พยุงมีหน้าที่ “ช่วยประคอง” ไม่ใช่อุปกรณ์ที่รักษาสาเหตุของโรคได้ทั้งหมด ผู้ที่มีอาการจากเส้นประสาทถูกกดทับ กระดูกแตก เอ็นฉีก หรือโรคข้ออักเสบยังจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาตามสาเหตุ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. อาการปวดข้อมือเกิดจากอะไรได้บ้าง?

อาจเกิดจากการใช้งานซ้ำ ข้อมือแพลง เอ็นอักเสบ พังผืดกดทับเส้นประสาท ข้ออักเสบ กระดูกแตก หรือความผิดปกติของเส้นประสาท

2. ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นาน ๆ ทำให้ปวดข้อมือได้หรือไม่?

ได้ เพราะการใช้ข้อมือในท่าเดิมซ้ำ ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทำงานหนัก ควรจัดข้อมือให้อยู่ใกล้แนวตรงและพักมือเป็นระยะ

3. เอ็นอักเสบต่างจากพังผืดรัดข้อมืออย่างไร?

เอ็นอักเสบมักปวดเฉพาะจุดและปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว ส่วนพังผืดกดทับเส้นประสาทมักมีอาการชา เสียวซ่า หรือมืออ่อนแรง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน

4. ทำไมอาการปวดหรือชาข้อมือจึงเป็นมากตอนกลางคืน?

การงอข้อมือขณะหลับอาจเพิ่มแรงกดต่อเส้นประสาท อุปกรณ์พยุงข้อมือที่ช่วยรักษาข้อมือให้อยู่ในแนวเป็นกลางอาจช่วยลดอาการได้

5. ปวดข้อมือควรประคบเย็นหรือประคบร้อน?

หากเพิ่งบาดเจ็บและมีอาการบวม ควรประคบเย็นครั้งละประมาณ 15–20 นาที ส่วนอาการเรื้อรังควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเลือกใช้ความร้อนหรือความเย็น

6. อุปกรณ์พยุงข้อมือช่วยอะไรได้บ้าง?

ช่วยประคองข้อมือ จำกัดการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป และลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการปวด

7. ปวดข้อมือสามารถออกกำลังกายหรือยกของได้หรือไม่?

ช่วงที่ยังปวดหรือบวมควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักและการกำแน่น สามารถขยับเบา ๆ ได้หากไม่ทำให้ปวดเพิ่ม แต่ไม่ควรฝืนออกกำลังกาย

8. ปวดข้อมือนานแค่ไหนจึงควรไปพบแพทย์?

ควรพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 2 สัปดาห์ หรือมีอาการชาและอ่อนแรง หากปวดรุนแรง ข้อมือผิดรูป ขยับไม่ได้ หรือมีไข้ร่วมกับบวมแดง ควรไปโรงพยาบาลทันที

9. ควรเลือกซื้ออุปกรณ์พยุงข้อมืออย่างไร?

ควรเลือกขนาดที่พอดี กระชับแต่ไม่รัดแน่น เกรดการแพทย์ มีแกนอลูมิเนียมช่วยพยุงข้อมือเมื่อดัดแล้วจะไม่เกิดการเปลี่ยนรูปขณะสวมใส่ และผลิตจากวัสดุที่สวมใส่สบาย หากต้องการใช้งานได้ทั้งสองข้าง ควรเลือกรุ่นที่สามารถใช้ได้ทั้งข้อมือซ้ายและขวา

แหล่งที่มาของข้อมูลบทความ

Other Health & Articles

ปวดข้อมือไม่ใช่เรื่องเล็ก รู้ทันสาเหตุก่อนกระทบการใช้ชีวิต

อาการปวดข้อมืออาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพิมพ์งานบนคอมพิวเตอร์ การไถหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่การทำงานบ้านและยกของหนัก ภาวะ "ปวดข้อมือ" ได้กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพยอดฮิต...
อาการไอ คืออะไร?

อาการไอ คืออะไร?

อาการไอ (Cough) เป็นกลไกป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือการระคายเคืองเกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ ร่างกายจะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทไปยังสมอง และกระตุ้นให้เกิดการไอขึ้น...

ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง (Low Back Pain) เกิดจากอะไร? วิธีรักษาและป้องกันอย่างตรงจุด

อาการ ปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) และปวดเอว ถือเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้น ๆ ที่พบได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาวะออฟฟิศซินโดรมจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผู้ที่ต้องยกของหนัก หรือก้มหลังบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ...