
โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของโลก และมีแนวโน้มพบผู้ป่วย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
ในปัจจุบัน
- มีผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก
- มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ
- ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยอยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม
- มะเร็งหลายชนิด สามารถป้องกันได้
- หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายหรือควบคุมโรคมีสูง
- ความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

มะเร็ง คืออะไร?
มะเร็ง (Cancer) หรือเนื้องอกร้าย (Malignant Tumors) คือกลุ่มของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ทำให้เซลล์สูญเสียการควบคุมการเจริญเติบโตและการแบ่งตัว ส่งผลให้เซลล์มีการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและมากกว่าปกติ
เซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นก้อนมะเร็ง ซึ่งรบกวนการทำงานของเซลล์ปกติในอวัยวะนั้น ๆ และอาจแพร่กระจายผ่านระบบเลือดหรือระบบน้ำเหลืองไปยังอวัยวะอื่นของร่างกายได้ กระบวนการนี้เรียกว่า “การแพร่กระจายของมะเร็ง (metastasis)”
มะเร็งจะถูกเรียกชื่อตามอวัยวะที่เป็นจุดกำเนิดของเซลล์มะเร็ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งสมอง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

🧬 มะเร็งมีกี่ชนิด?
โดยทั่วไป มะเร็งสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามชนิดของเซลล์หรืออวัยวะต้นกำเนิด ดังนี้
1. คาร์ซิโนมา (Carcinoma)
เป็นมะเร็งที่มีจุดกำเนิดจากเซลล์เยื่อบุผิวของอวัยวะต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย และเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
- มะเร็งชนิดต่อม (Adenocarcinoma)
พบได้บ่อยในเต้านม ต่อมลูกหมาก ปอด และลำไส้ใหญ่ - มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ (Basal Cell Carcinoma)
เกิดจากเซลล์บริเวณฐานของหนังกำพร้า - มะเร็งผิวหนังชนิดสความัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma หรือ Epidermoid Carcinoma)
เกิดในผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก ลำคอ ปอด และหลอดอาหาร - มะเร็งชนิด Transitional Cell Carcinoma (TCC)
พบในเยื่อบุทางเดินปัสสาวะ เช่น กรวยไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ
2. ซาร์โคมา (Sarcoma)
เป็นมะเร็งที่มีจุดกำเนิดจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น กระดูก กระดูกอ่อน ไขมัน กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หลอดเลือด และท่อน้ำเหลือง
3. ลูคีเมีย (Leukemia)
หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก ทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือด สามารถแบ่งออกเป็นหลายชนิด เช่น
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน (Acute leukemia)
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง (Chronic leukemia)
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสติก (Lymphoblastic leukemia)
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ (Myeloid leukemia)
4. ลิมโฟมา และ ไมอิโลมา (Lymphoma and Myeloma)
เป็นมะเร็งที่มีจุดกำเนิดจากเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน โดยลิมโฟมาเกิดจากต่อมน้ำเหลือง ส่วนไมอิโลมาเกิดจากพลาสมาเซลล์ในไขกระดูก
5. มะเร็งของระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System Neoplasms)
เป็นมะเร็งที่เกิดในสมองและไขสันหลัง โดยเรียกชื่อตามชนิดของเซลล์ต้นกำเนิด เช่น เนื้องอกแอสโทรไซต์ (Astrocytoma) ซึ่งมีจุดกำเนิดจากเซลล์แอสโทรไซต์

ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง
แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดมะเร็ง แต่พบว่ามีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น
- การสูบบุหรี่ ซึ่งมีสารก่อมะเร็งหลายชนิด
- การได้รับแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)
- การได้รับรังสี เช่น เอกซเรย์ รังสีนิวเคลียร์ หรือก๊าซเรดอนในปริมาณสูง
- การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น asbestos, benzene, cadmium
- การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด เช่น HPV, ไวรัสตับอักเสบบีและซี, HIV
- การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน
- ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง (พบได้ในสัดส่วนน้อย)
- การดื่มแอลกอฮอล์
- วิถีชีวิต เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง ความอ้วน และการขาดการออกกำลังกาย
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง เช่น
- คลำพบก้อนผิดปกติ
- แผลที่หายช้า
- มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกผิดปกติ
- ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง มีเลือดปน
- ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือกลืนอาหารลำบาก
ตรวจพบเร็ว = โอกาสรักษาสูง

การรักษามะเร็งมีกี่แบบ?
1. การผ่าตัด (Surgery)
การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษามะเร็งเฉพาะที่ การรักษามะเร็งระยะแรกส่วนใหญ่มักต้องมีการผ่าตัด เช่น มะเร็งศีรษะและคอ เต้านม ปอด มะเร็งในช่องท้อง
2. เคมีบำบัด (Chemotherapy)
เป็นการรักษาด้วยสารเคมีที่มีผลทำลายเซลล์มะเร็งมากกว่าเซลล์ปกติ โดยที่กลไกการออกฤทธิ์ของยาเคมีบำบัดนั้นเป็นการขัดขวางการแบ่งเซลล์ ทำให้มีผลต่อเซลล์มะเร็งที่มีการแบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์ปกติ
3. รังสีรักษา (Radiation Therapy)
การรักษาด้วยรังสีบำบัด หรือเรียกตามความเข้าใจทั่วไปว่า การฉายแสง เป็นการรักษามะเร็งเฉพาะตำแหน่ง โดยการฉายแสงเป็นการรักษามะเร็งโดยใช้รังสีขนาดสูงตามตำแหน่งที่แพทย์ต้องการควบคุมมะเร็ง การฉายแสงนี้รังสีจะผ่านผิวหนังไปยังตำแหน่งที่ต้องการทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
4. การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)
เป็นการรักษาโรคมะเร็งแบบใช้ยาจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ ส่งผลยับยั้งการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง
5. ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
เป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่ โดยการให้ยาไปกระตุ้นช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเซลล์มะเร็งในร่างกาย
6. ยาฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy)
มีกลไกการยับยั้งการทำงานในเซลล์ผ่านตัวรับฮอร์โมน หรือผ่านเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
มะเร็งไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่การมีความรู้ การป้องกัน และการตรวจพบเร็ว สามารถเปลี่ยนทิศทางของโรคได้วันมะเร็งโลก คือการเตือนให้ทุกคนเริ่มใส่ใจสุขภาพของตนเองและคนรอบข้างตั้งแต่วันนี้ เพราะการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดการสูญเสียจากโรคมะเร็งได้
Ref: https://www.phyathai.com/th/article/2940-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88?srsltid=AfmBOoqn_hrXBvms-_3EaHkTfIxyD8682F_VJX4cl9p7746qZITHZh7b
Ref: https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/cancer